ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 11 หรือ ยูโร 2000 เป็นครั้งแรกที่ยูฟ่า เลือก 2 ชาติเป็นเจ้าภาพจัดร่วมกัน ซึ่งในครั้งนี้ เบลเยียม กับ เนเธอร์แลนด์ เป็นเจ้าภาพสองชาติแรก จัดระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม โดยแชมป์ในครั้งนี้ตกเป็นของทัพตราไก่ ฝรั่งเศส ที่คว้าแชมป์สมัยที่ 2 ได้สำเร็จ

 

ในครั้งนี้มีเจ้าภาพ 2 ชาติ ใช้ 8 สนาม ใน 8 เมือง สำหรับจัดการแข่งขัน คือ ที่เบลเยียม 4 สนาม คา สิ โน สดได้แก่ คิง โบดวง สเตเดียม กรุงบรัสเซลส์, ฌอง เบรเดล สเตเดียม เมืองบรูกส์, สต๊าด โมริซ ยูฟราน เมืองลิแอจ และ สต๊าด ดู เปส์ เดอ ชาร์เลอรัว เมืองชาร์เลอรัว

ขณะที่อีก 4 สนามของเนเธอร์แลนด์ มีดังนี้ เฟเยนูร์ด สตาดิโอน เมืองร็อตเตอร์ดัม, อัมสเตอร์ดัม อารีนา เมืองอัมสเตอร์ดัม, ฟิลิปส์ สตาดิโอน เมืองไอน์ดโฮเฟน และ เคลเรโดม เมืองอาร์เนม

 

สำหรับ 16 ทีม ที่ผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายครั้งนี้ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม กลุ่มเอ มี โปรตุเกส, โรมาเนีย, อังกฤษ และ เยอรมนี แชมป์เก่า และอดีตแชมป์ 3 สมัย โดยกลุ่มนี้ โปรตุเกส กับ โรมาเนีย เข้ารอบ 8 ทีม ส่วนเยอรมนี ตกรอบแบบพลิกความคาดหมาย

 

ส่วนทีมชาติอังกฤษนั้นก่อนการแข่งขันจะเริ่มก็ถือเป็นหนึ่งในทีมเต็ง โดยมีอัตราต่อรองที่จะเป็นแชมป์อยู่ที่ 9/1 โดยนัดแรกพอแพ้โปรตุเกสก็ขยับมาเป็น 12/1

 

ขณะที่กลุ่มบี มีเจ้าภาพ เบลเยียม, ตุรกี, อิตาลี อดีตแชมป์ 1 สมัย และ สวีเดน โดย ตุรกี กับ อิตาลี เป็น 2 ทีมที่ได้ไปต่อ

 

ด้านกลุ่มซี มี สเปน อดีตแชมป์ 1 สมัย, ยูโกสลาเวีย, นอร์เวย์ และ สโลวีเนีย โดย 2 ทีมที่ผ่านเข้ารอบ 8 ทีม คือ สเปน กับ ยูโกสลาเวีย

 

ส่วนกลุ่มดี มี เจ้าภาพ เนเธอร์แลนด์ อดีตแชมป์ 1 สมัย, ฝรั่งเศส อดีตแชมป์ 1 สมัย, เช็ก และ เดนมาร์ก อดีตแชมป์ 1 สมัย โดย เนเธอร์แลนด์ กับ ฝรั่งเศส จูงมือเข้ารอบต่อไปตามคาด

 

สำหรับคู่ชิงชนะเลิศ ทัพตราไก่ ฝรั่งเศส พบกับ ขุนพลอัซซูรี อิตาลี และเป็นอิตาลีที่ได้ประตูขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 55 จากมาร์โก เดลเวคคิโอ และเกือบจะเป็นประตูชัยอยู่แล้ว จนกระทั่งช่วงทดเวลาเจ็บ นาทีที่ 93 ซิลแวง วิลตอร์ ทำประตูตีเสมอ 1-1 ต่ออายุให้ทัพตราไก่ได้อย่างเหลือเชื่อ ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที และในนาทีที่ 103 ดาวิด เทรเซเกต์ ซัดประตูชัยโกลเดนโกล์ ช่วยให้ฝรั่งเศสพลิกกลับมาชนะอิตาลีไปแบบตื่นเต้น 2-1 คว้าแชมป์สมัยที่ 2 ไปครอง

 

หลังจบทัวร์นาเมนต์ วิลตอร์ได้ย้ายไปร่วมทีมอาร์เซน่อลและคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพอย่างละ 2 สมัย ก่อนจะย้ายไปลียงแบบไม่มีค่าตัวในช่วงซัมเมอร์ 2004 และเป็นส่วนหนึ่งในตำนาน “ลียง ลงเป็นยิง” คว้าแชมป์ลีกเอิง 3 สมัยรวด

 

ส่วน ดาวิด เทรเซเกต์ ได้ย้ายไปร่วมทีมยูเวนตุสและค้าแข้งอยู่ที่ตูรินเป็นเวลา 10 ปีด้วยกัน คว้าแชมป์กัลโช เซเรีย อา 2 สมัย และเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ช่วยทีมหลังโดนปรับตกชั้นไปอยู่เซเรีย บี ในฤดูกาล 2006-07 และพาทีมเลื่อนชั้นกลับมาได้สำเร็จ